Lynla Suphattanakul

ด.ญ.ลินลา สุพัฒนกุล

นิทานของพ่อ 6: โฮกน้อยท่องยุทธจักร

on May 27, 2013

นิทานของพ่อ 6: โฮกน้อยท่องยุทธจักร

“เด็กๆ วันนี้ครูมีคำถามนะ….”ครูโฮกถามขึ้นในห้องเรียนเช้าวันนึง
“ตอนทุกๆตัวโตขึ้นอยากเป็นอะไร??”

หมีเบิ้มยกอุ้งเท้าขึ้น แล้วพูดด้วยความมั่นใจ ผมก็ตั้งใจว่าจะเป็นหมีที่ประสบความสำเร็จที่สุดครับ ผมจะขยันให้มากที่สุด มุ่งมั่นให้มากที่สุด เพื่อหาอาหารที่ดีที่สุด ร่ำรวยที่สุด อีกหน่อยผมขึ้นผมจะพาพ่อแบร์กับแม่แบมย้ายไปในถ้ำที่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่บนภูเขามีน้ำตกอยู่ข้างๆ พ่อกับแม่จะได้นอนฟังน้ำตกทุกวัน ผมตั้งใจต็มที่ ทำอะไรก็จะทำให้ที่สุดครับคุณครู”

“อืม….ดีมากหมีเบิ้ม…เราจะต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด ฝันให้ไกล ไปให้ถึงนะ”
“ไหนมีใครอีกไม๊”

“ผมครับ” เต่าผงกหัวขึ้นลง อยากออกความเห็น
ผมพอใจแบบที่ผมมีแล้วครับ กระดองเล็กๆอันนึง กินแค่ผักเท่าที่หาได้ ไม่ได้ยึดมั่น มุ่งมั่น เหมือนหมีเบิ้มครับ ปู่ผมบอกว่าเราไม่ควรไปยึดติดกับอะไรต่างๆ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็จะเสียใจมากครับ ผมเลยพยายามปล่อยวางกับทุกอย่าง แล้วก็พอใจที่ผมมีเท่านี้แหละครับ”

“อืม…ดีมากเต่า…เราควรจะพอใจกับสิ่งที่เรามี”ครูโฮกสนับสนุน

หมีเบิ้มที่ฟังเต่าอยู่นั้น ขุ่นเคืองเล็กน้อย “อ้าว…ครูโฮกครับ ถ้าเรามัวแต่พอใจกับที่เรามี ไม่มีความฝัน เราจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ยังไงอ่ะครับ ถ้าคุณครูไม่ได้ฝันจะเป็นเจ้าป่า แล้วคุณครูจะเป็นเจ้าป่าได้ยังไง ถ้าพวกเราทุกๆตัวมัวแต่พอใจแค่เท่าที่มี ป่าเราจะดีขึ้นได้ยังไง ป่าเราก็คงเป็นป่ารกๆ ไม่น่าอยู่เท่านี้

“อืม….จริงของหมีเบิ้มเบิ้ม ถ้าเราไม่มุ่งมั่นจะทำอะไร เราก็ไปไม่ถึงไหน” ครูโฮกสนับสนุน

เต่าไม่รอช้าบอกอีกว่า “ถ้าเรามัวแต่อยากให้ได้นู่นได้นี่ อยากเป็นนู่นเป็นนี่ ความอยากของเราก็ไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายก็ต้องมาเสียใจเพราะความไม่สำเร็จ เราพอใจในสิ่งที่เรามีดีที่สุด”

“อืม…จริงของเต่า เราพอใจในสิ่งที่เรามีดีที่สุด” ครูโฮกเริ่มเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

หมีเบิ้มใจร้อนชักจะงงครูใหญ่ของตัวเอง

ครูโฮกครับ ครูโฮกจะอยู่ข้างใครกันแน่ครับ เห็นครูเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตกลงว่าเราต้องมุ่งมั่นทำให้ดีขึ้นเพื่อเป้าหมายข้างหน้า หรือพอใจเท่าที่ตัวเองมีกันแน่ครับ?”

“นั่นน่ะสิ…เราแบบไหนดี….ไหน มีใครคิดว่าแบบไหนดีกว่ากัน?” ครูโฮกไม่ยอมเลือกข้าง กลับถามเด็กๆในห้องแทน

“เจี๊ยกๆๆๆๆ จิ๊บๆๆๆๆๆๆ แปร๋นๆๆๆๆๆ โฮ่งๆๆๆๆๆๆๆ ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆ”
ห้องเรียนของหมู่สัตว์ตัวน้อย อลหม่านเล็กน้อย แบ่งเป็นสองข้างชัดเจน เถียงกันเสียงดังว่าแบบไหนจะดีกว่า
จะมีก็แต่กระต่ายน้อยของเราที่เลือกไม่ได้ ยืนฟังตัวอื่นๆเถียงกันอยู่นานจนสับสน เกือบจะร้องไห้

“เป็นอะไรไป กระต่ายน้อย” ครูโฮกถาม
“หนูไม่รู้จะเลือกยังไงดี แต่ละแบบก็สำคัญ พวกเราควรจะพอใจที่เรามี แต่เราก็ควรจะมุ่งมั่นทำให้ดีกว่าเดิมด้วย หนูล่ะงงจริงๆ” กระต่ายถึงกับหูตกทีเดียว

“โฮกกกกกกกกกก….เอาล่ะๆๆๆ วันนี้มาฟังเรื่องของครูโฮกตอนเป็นเด็กกันนะ…อาจจะรู้ว่าเราจะเลือกฝั่งไหน มุ่งมั่นหรือพอเพียง”

…………………

……………

……..

นานมาแล้ว ตั้งแต่โฮกน้อยยังหนวดเครายังไม่รุงรังเท่านี้ ขออนุญาตพ่อไลอ้อนคิงไปท่องยุทธจักรในป่า เพื่อหาอาจารย์เพื่อฝึกวิทยายุทธให้ตัวเองเก่ง

สมัยก่อนนั้น ชื่อเสียงของเสือโคร่ง นั้นน่ากลัวนัก ใครๆต่างก็กลัวแก เพราะความมุ่งมั่น และความไม่ลดละในความพยายามในการทำทุกอย่างให้สำเร็จ ด้วยความมุ่งมั่นและพยายามนี่แหละ ทำให้พี่เสือไม่เคยพลาดจากสิ่งที่ตัวเองต้องการ วันไหนอยากจะกินอะไรเป็นอาหาร เสือโคร่งก็จะทำได้ทุกๆครั้งไป จนสัตว์น้อยใหญ่ต่างๆ ตั้งชื่อให้แกว่า พี่เสือ” จนติดปาก

โฮกน้อยไปหาพี่เสือเป็นที่แรก ด้วยความหวังว่าจะทำให้ได้แบบแกบ้าง พี่เสือเป็นเพื่อนรักกันกับพ่อไลอ้อนคิงมานานแล้ว ก็รับโฮกน้อยไว้เป็นศิษย์

เคล็ดลับความสำเร็จของพี่เสือสามารถเรียบเรียงเป็นคำพูดง่ายๆว่า

ขยัน อดทน และ พยายาม ไม่ย่อท้อจนกว่าจะสำเร็จ”

หนึ่งเดือนผ่านไป โฮกน้อยเก่งขึ้นมากทั้งร่างกายและจิตใจ ทุกๆวัน เวลาออกไปหาอาหารโฮกน้อยจะตั้งเป้าไว้ว่าจะหาอะไรเป็นอาหาร และขยันขันแข็ง มุ่งมั่นพยายามทำให้สำเร็จทุกๆวัน และทุกๆโฮกน้อยดีใจมาก คิดว่าได้เคล็ดลับที่ดีที่สุดมาแล้ว เลยกราบลาพี่เสือ เพื่อลองใช้ชีวิตตามลำพัง

โฮกน้อยใช้เคล็ดลับของพี่เสือ สามารถใช้ชีวิตแบบ “หล่อเลือกได้” มาหลายวัน อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากนอนถ้ำไหนก็ได้นอน

วันหนึ่ง ฝนตกหนักมาก โฮกน้อยตากฝนมาทั้งวัน ทั้งเหนื่อยและหนาว แต่หาที่หลบฝนไม่ได้เพราะตั้งใจมุ่งมั่นว่า ยังไงก็จะหาถ้ำที่ใหญ่และอุ่นสบายให้ได้ ทั้งวันที่ผ่านมา โฮกเจอต้นโพธิ์ต้นใหญ่ที่พอจะหลบฝนได้แต่พื้นกลับเฉอะแฉะนอนไม่สบายเหมือนถ้ำ ส่วนถ้ำที่เจอก็เล็กคับแคบนอนแล้วอึดอัด โฮกน้อยตัดสินในสู้กับฝน หาที่อยู่ต่อไปเพราะเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่พยายามอย่างไม่ยอมแพ้ ยังไงก็จะหาถ้ำที่ดีที่สุดเจอจนได้

ฝนตกหนักนานกว่าที่คิด และถ้ำก็ขาดตลาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บางครั้งก็ไม่มีใครจะฝืนธรรมชาติไปได้ โฮกเดินหาถ้ำจนพระอาทิตย์ตกก็ยังหาไม่ได้ ฝนที่ตกหนักในช่วงกลางวัน กลับหนักขึ้นไปอีกในตอนกลางคืน ราวกับว่าจะแกล้งโฮก
โฮกทนความหนาวไม่ไหว สลบไปกลางป่า ท่ามกลางสายฝน และแสงจากพระจันทร์

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร โฮกน้อยตื่นขึ้นมาเพราะเหมือนมีอะไรแข็งๆมันกระทุ้งที่คอ  ปู่เต่าผู้อาวุโสนั่นเอง โฮกน้อยจำได้ว่า พ่อไลอ้อนพาไปเยี่ยมปู่เต่าบ่อยๆ แต่หลังจากที่พ่อเป็นเจ้าป่าเลยไม่มีโอกาสได้ไปมาหาสู่กันเท่าที่ควร
โฮกน้อยได้เล่าเรื่องที่ขอลาจากบ้านมา เพื่อเรียนรู้วิชากับพี่เสือ การใช้ชีวิตตามลำพัง จนกระทั่งเจอวันที่แย่ๆจนสลบไป
ปู่เต่ายิ้มไม่ได้พูดอะไร พาโฮกน้อยกลับมาที่รังของเต่าๆ

บ้านของเต่าๆนั้น ไม่ได้ใหญ่ โอ่โถง เหมือนถ้าในฝันของโฮก แต่สำหรับโฮกที่ยังอ่อนแออยู่นั้น บ้านของเต่าเป็นฯที่รักษาตัวได้เป็นอย่างดี
บ้านของเต่าๆนั้น ไม่มีมีอาหารให้กินมากมาย มีอาหารให้กินพออิ่ม แม้จะไม่ได้เป็นของโปรดของโฮกแต่ก็มีประโยชน์ให้โฮกแข็งแรง ดีวัน ดีคืน
ผ่านไปไม่นาน โฮกน้อยก็แข็งแรงดีดังเดิม เริ่มชอบชีวิตที่เรียบง่ายของปู่เต่าและครอบครัว แต่ในใจก็พลันอดคิดถึงอาหารอร่อยๆ อดคิดถึงถ้ำใหญ่ๆ ไม่ได้ คิดในใจว่าอยู่แบบนี้จะเสียชื่อลูกเจ้าป่ารึเปล่า คิดอยู่หลายวันก็คิดไม่ออก จนบ่ายวันนึงโฮกน้อยตัดสินใจเดินไปหาปู่เต่าและหวังว่าท่านปู่จะมีคำตอบให้ตัวเอง

“ปู่เต่าครับๆ ผมชอบบ้านปู่นะ แต่ว่า….เออ….ปู่เต่าอยากจะอยู่ที่อื่นที่ดีๆกว่านี้ไม๊ครับ?” โฮกถามอย่างสุภาพที่สุด
“อยากสิ”
คำถามตอบปู่เต่า เล่นเอาโฮกแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้
“แล้ว…เออ….ปู่เต่าอยากกินของอร่อยๆ ดีๆกว่านี้ไม๊ครับ”
“บ่องตงนะ….อยากมากกกกก”
โฮกน้อย งงกับคำตอบมาก
“แล้วทำไม……ทำไม….ทำไม……….ไม่ออกไปหาล่ะครับ ถ้าปู่เต่ามัวแต่พอใจที่มีอยู่แบบนี้ แล้วจะทำสิ่งอื่นๆให้ดีขึ้นยังไงล่ะครับ”

“โฮกรู้ไม๊ ว่าทำไมโฮกสับสน เลือกไม่ได้สักที ว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน จะมุ่งมั่นจนสุดตัวแบบพี่เสือ หรือจะพอใจไปเรื่อยๆแบบปู่” ปู่เต่าผู้อาวุโสตอบด้วยคำถามอย่างรู้ทัน

“เอ่อ….ใช่แล้วครับปู่ ผมว่ามันก็ดีทั้งคู่ แต่มันดูขัดๆกันอยู่ครับ ผมคงต้องเลือกสักทาง ไม่งั้นคงปนกันน่าดู”
“เจ้าคิดผิดแล้วล่ะ” ปู่เต่าชี้ทางให้โฮกน้อย “สัตว์ในป่าส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าถ้าเรามัวแต่พอใจที่ตัวเองมี ที่ตัวเองเป็น จะไม่สามารถมุ่งมั่นทำตามความฝันได้ แต่จริงๆแล้ว เราสามารถเป็นทั้งสองอย่างได้พร้อมๆกันเลย”

“ยังไงอ่ะครับ ผมควรจะพอใจกับถ้าเก่าๆของผม แต่จะให้ผมมุ่งมั่นหาถ้ำใหม่ตลอดเวลาเหรอครับ ผมล่ะงง”

“นั่นเป็นเพราะ เราใช้มันผิดเวลาต่างหากโฮก”

“…..”

“เวลาเราจะทำอะไรก็ตาม มันจะมีสองขั้นตอนคือ สิ่งที่ทำ(เหตุ)และก็ผลงาน(ผล) อย่างเช่นเวลาที่โฮกหาถ้ำใหญ่ซึ่งก็คือเหตุ พอได้ถ้ำดีที่ปรารถนาก็คือผลจากสิ่งที่โฮกทำ”
“ครับ”

“พวกเราส่วนใหญ่ไปเข้าใจว่า เราปล่อยวางและพอใจโดยคือไม่ต้องทำอะไรตั้งแต่ต้น แต่จริงๆแล้วเราความฝันเราสำคัญนะ เราต้องซื่อสัตย์กับมัน มุ่งมั่นและขยันหมั่นเพียรเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ ถ้าโฮกอยากจะหาถ้ำดีๆ โฮกก็ต้องตั้งใจมุ่งมั่นแบบที่พี่เสือสอนใช่ไม๊”
“ครับ”

“แต่อะไรก็ไม่แน่นอนนะโฮก แม้แต่ในวันที่เราตั้งใจและมุ่งมั่นที่สุดแล้ว บางทีเราก็ยังฝืนธรรมชาติไม่ได้ ยังไงเราก็ไปไม่ถึงฝันเราอยู่ดี”

“เหมือนกับตอนที่ผมสลบไปใช่ไม๊ครับ ผมพยายามอย่างสุดความสามารถแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”

“ใช่แล้วโฮก ถ้าเรายังคงมุ่งมั่นอยู่ทั้งๆที่ผลมันออกมาแล้ว เราก็อาจจะป่วยไม่สบายได้ เวลานี้แหละ ผลของการกระทำนี่แหละที่เราจะต้องใช้ความพอใจและยอมรับ ถ้าเราทำอย่างเต็มความสามารถแล้ว เราจะต้องพอใจกับที่เราได้นะ”
“ครับปู่ ผมเริ่มเข้าใจแล้วครับ”
“ปู่เคยได้ยินน้ายีราฟบอกว่า ยอดใบไม้นั้นอร่อยอย่าบอกใคร ปู่เองก็อยากลองมากนะ ปู่เลยตั้งใจพยายามปีนขึ้นไปให้สูงที่สุด เพราะคิดว่ายิ่งสูงยิ่งอร่อย แต่ปู่ทำได้ดีที่สุดก็แค่ยอดผักบุ้ง ถึงเราเป็นแค่เต่าแต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่ แล้วผักบุ้งก็อร่อยมากๆเลย…
…โฮกเองก็เป็นถึงสิงโต โฮกก็ทำเต็มที่แบบสิงโต ไม่จำเป็นต้องมาพอใจในแบบเต่าๆ เมื่อไหร่ก็ต้องที่โฮกตั้งใจพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว ผลจะเป็นยังไงเราก็จะพอใจกับมัน”

“ครับปู่ ผมเข้าใจแล้วครับ” โฮกน้อยบัดนี้ไม่คลางแคลงใจ รู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง
“ตั้งใจที่เหตุ พอใจที่ผล…ถูกไม๊ครับปู่”

“ถูกแล้วหลาน…ตั้งใจที่เหตุ พอใจที่ผล” นี่คือวิชาจากปู่นะ

โฮกน้อยลาปู่เต่ามาด้วยความสุข ใช้วิชาที่ได้เรียนจากพี่เสือและปู่เต่าในการดำเนินชีวิตที่มีความหวัง มีความฝัน และความพอใจ ตลอดมา

ตั้งใจที่เหตุ พอใจที่ผล’

โฮกลาปู่เต่าและผองเพื่อนเต่าออกมา ใช้ชีวิตตามความฝันด้วยความสุข ด้วยเคล็ดลับจากปู่เต่า โฮกถือคตินี้ตลอดมาจนโต จนได้เป็นครูใหญ่ของป่าแห่งนี้

………………………..

…………………..

…………..

ครูโฮกเล่าซะยาว ในห้องเงียบกริบ นึกว่าหมู่นักเรียนหลับไปหมดแล้ว แต่ทว่านักเรียนตาลุกวาว อ้าปากหวอ
“อ้าวววว…ทุกคน จบแล้วนะ ฟังเรื่องของครูไปแล้ว ตกลงตอบคำถามได้รึยัง” ครูโฮกมองไปรอบห้อง
หมีเบิ้มกับเต่าที่เพิ่งทะเลาะกันไปไม่นาน มองหน้ากันทำตาปริบๆ
“เวลาเราจะทำอะไร เราก็ต้องตั้งใจให้เต็มที่ มุ่งมั่นอย่างเต็มที่เนอะหมีเบิ้ม”  เต่าพูดขึ้นก่อน
“ถ้าเราทำอย่างเต็มที่แล้ว ผลออกมาเป็นยังไงเราก็จะพอใจกับมันจ้ะเต่า” หมีเบิ้มตอบ
หมีเบิ้มยื่นนิ้วก้อยให้เต่า เต่ายื่นนิ้วก้อยให้หมีเบิ้ม เกี่ยวก้อยคืนดีกัน เช่นเดียวกับสัตว์ต่างๆให้ห้องเรียน
ครูโฮกยิ้มด้วยความพอใจ “อย่าลืมนะทุกคน เราสามารถมุ่งมั่นและพอเพียงได้ แค่เราต้องใช้ให้ถูกเวลา”

ตั้งใจที่เหตุ พอใจที่ผล’

 

 

 

 

 


9 responses to “นิทานของพ่อ 6: โฮกน้อยท่องยุทธจักร

  1. ผึ้ง says:

    พ่อเต้ยอินเทรนมากๆ … “บ่องตง”

    สนุกและได้ข้อคิดที่ดีมากๆ เลยจ้า เล่าบ่อยๆ นะ🙂

  2. Angry says:

    เรื่องนี้ลินลาอ่านได้ตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะคะ🙂

    ดีใจ (จุงเบย) ที่ได้อ่าน รู้สึกเรียกสติในการใช้ชีวิตได้มากเลยค่ะ

  3. Oil ka says:

    นี่มันนิทานสอนผู้ใหญ่นิพี่เต้ยยย ตรงใจมากค่ะ

  4. หยี่อี๊ says:

    เต้ยหัดแต่งนิทานตั้งแต่กี่ขวบเนี่ย นิทานทุกเรื่องมีความคิด
    คติสอนใจ พ่อเต้ยสุดยอดนักเล่านิทานเลยจ้า

  5. Santipong says:

    Thank you for your good article. Actually you guys are very strong heart and have been great representative for my inspiration. Thank you for your sharing again. Hope you have a good family and happiness.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: